ซ่อมแซมพัสดุ

แนวปฏิบัติการซ่อมแซมพัสดุที่อยู่ในระยะรับประกัน

เพื่อให้การใช้งานพัสดุของมหาวิทยาลัยซึ่งประกอบด้วย วัสดุ ครุภัณฑ์และทรัพย์สินอื่นใด ที่ได้จัดซื้อจัดจ้างจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี รวมถึงการได้มาจากการบริจาค การโอนหรือแลกเปลี่ยน อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา และมหาวิทยาลัยได้รับประโยชน์สูงสุดในระหว่างระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องจากผู้ขายหรือผู้รับจ้าง และเป็นไปตามข้อ 184 และ 185 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ส่วนพัสดุขอแจ้งแนวปฏิบัติการซ่อมแซมพัสดุที่อยู่ในระยะรับประกัน ดังนี้

1. เมื่อหน่วยงานผู้ใช้งานพัสดุตรวจสอบพบความชำรุดบกพร่องของพัสดุที่เกิดจากการใช้งานตามปกติ 
  ให้ผู้ดูแลพัสดุหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหน่วยงานดำเนินการแจ้งซ่อมแซมพัสดุไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
  1.1)  วัสดุหรือครุภัณฑ์   ให้แจ้งซ่อมแซมไปยังส่วนพัสดุ ผ่านระบบบริหารจัดการพัสดุ ของส่วนพัสดุ (https://asset.wu.ac.th/ เมนู “งานซ่อมแซมพัสดุ”) โดยดำเนินการตามขั้นตอนในระบบฯ รายละเอียดคู่มือการแจ้งซ่อมแซมพัสดุตามเอกสารแนบ
  1.2) งานปรับปรุงหรืองานก่อสร้าง ให้แจ้งซ่อมแซมไปยังหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่ควบคุมงาน เช่น ส่วนอาคารสถานที่ ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ โดยดำเนินการผ่านระบบการแจ้งซ่อมแซมของหน่วยงานนั้นๆ เพื่อให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบงานที่ชำรุดบกพร่องเบื้องต้นว่าอยู่ในปริมาณงานตามสัญญาจ้าง/ใบสั่งจ้าง และอยู่ในเงื่อนไขของการรับประกันหรือไม่
  1.3) งานระบบปรับอากาศ ให้แจ้งซ่อมแซมไปยังงานซ่อมบำรุงรักษาและจ้างเหมาบริการระบบปรับอากาศ ส่วนบริการกลาง ( https://eservices-dlb.wu.ac.th/) ซึ่งเป็นหน่วยงานให้บริการกลางงานระบบปรับอากาศของมหาวิทยาลัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของงานซ่อมบำรุงรักษาและจ้างเหมาบริการระบบปรับอากาศ ส่วนบริการกลาง ตรวจสอบความชำรุดบกพร่องของเครื่องปรับอากาศในเบื้องต้น

2. เมื่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบได้รับเรื่องแจ้งซ่อมแซมพัสดุ
  2.1) กรณีรายการวัสดุหรือครุภัณฑ์ ส่วนพัสดุตรวจสอบระยะรับประกันกับสัญญาซื้อขาย/ใบสั่งซื้อ กรณีอยู่ในระยะเวลา รับประกันตามสัญญาซื้อขาย/ ใบสั่งซื้อ ส่วนพัสดุจะดำเนินการทำหนังสือแจ้งผู้ขายให้ดำเนินการซ่อมแซมพัสดุตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย/ ใบสั่งซื้อ เช่น ภายใน 7 วัน หรือ ภายใน 15 วัน หรือภายใน 30 วัน ฯลฯ
  2.2) กรณีงานปรับปรุงหรืองานก่อสร้าง 
       2.2.1 เมื่อผู้ควบคุมงานของหน่วยงานกลาง ตรวจสอบงานที่ชำรุดบกพร่อง แล้วปรากฎว่าความชำรุดบกพร่องอยู่ในปริมาณงานตามสัญญาจ้าง/ใบสั่งจ้าง ให้ผู้ควบคุมงานทำบันทึกข้อความแจ้งความชำรุดบกพร่องมายังส่วนพัสดุ โดยขอให้ระบุรายละเอียดของงานที่ชำรุดบกพร่อง เลขที่สัญญาจ้าง/ใบสั่งจ้าง และชื่อเจ้าหน้าที่พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ ที่ผู้รับจ้างสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดความชำรุดบกพร่องเพิ่มเติมได้
      2.2.2 ส่วนพัสดุตรวจสอบระยะรับประกันกับสัญญาจ้าง/ ใบสั่งจ้าง กรณีอยู่ในระยะเวลารับประกันตามสัญญาจ้าง/ใบสั่งจ้าง ส่วนพัสดุจะดำเนินการทำหนังสือแจ้งผู้ขายให้ดำเนินการซ่อมแซมตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา เช่น ภายใน 7 วัน หรือ ภายใน 15 วัน หรือภายใน 30 วัน ฯลฯ
  2.3) กรณีงานระบบปรับอากาศ 
       2.3.1 เมื่อเจ้าหน้าที่ของงานซ่อมบำรุงรักษาและจ้างเหมาบริการระบบปรับอากาศ ส่วนบริการกลาง ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วปรากฏว่าพัสดุชำรุดบกพร่องจากการใช้งานตามปกติ ให้เจ้าหน้าที่ของงานซ่อมบำรุงรักษาและจ้างเหมาบริการระบบปรับอากาศ ส่วนบริการกลาง ทำบันทึกข้อความแจ้งความชำรุดบกพร่องมายังส่วนพัสดุ โดยขอให้ระบุรายละเอียดของงานที่ชำรุดบกพร่อง เลขที่ป้าย (บาร์โค้ด) และชื่อเจ้าหน้าที่พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดความชำรุดบกพร่องเพิ่มเติมได้
      2.3.2 ส่วนพัสดุตรวจสอบระยะรับประกันกับสัญญาซื้อขาย/สัญญาจ้าง/ใบสั่งซื้อ/ใบสั่ง จ้าง กรณีอยู่ในระยะเวลารับประกันจะดำเนินการทำหนังสือแจ้งผู้ขายหรือผู้รับจ้างให้ดำเนินการซ่อมแซมตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา เช่น ภายใน 7 วัน หรือ ภายใน 15 วัน หรือภายใน 30 วัน ฯลฯ
3. การดำเนินการซ่อมแซมพัสดุที่อยู่ในระยะรับประกัน 
  3.1) กรณีเร่งด่วน 
       3.1.1 กรณีเร่งด่วนจำเป็นต้องรีบแก้ไขเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายโดยเร็ว และไม่อาจรอให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างแก้ไขในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ ให้หน่วยงานผู้ครอบครองพัสดุหรือหน่วยงานให้บริการกลางที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขเหตุความชำรุดบกพร่องเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องโดยขออนุมัติต่ออธิการบดีหรือผู้บริหารที่อธิการบดีมอบอำนาจให้กำกับดูแลหน่วยงานก่อนดำเนินการซ่อมแซม ทั้งนี้ ขอให้ใช้งบประมาณของหน่วยงานสำรองค่าใช้จ่ายไปก่อน
       3.1.2 เมื่อหน่วยงานผู้ครอบครองพัสดุหรือหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องดำเนินการซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องเองหรือจ้างผู้อื่นให้ซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้แจ้งค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมมายังส่วนพัสดุ เพื่อส่วนพัสดุจะได้ดำเนินการเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง หรือธนาคารผู้ค้ำประกัน
       3.1.3 เมื่อผู้ขาย/ผู้รับจ้าง หรือธนาคารผู้ค้ำประกันชำระเงินค่าซ่อมแซมให้มหาวิทยาลัยแล้ว ส่วนพัสดุจะนำเงินคืนให้หน่วยงานผู้ครอบครองพัสดุหรือหน่วยงานให้บริการกลางที่เกี่ยวข้อง ที่สำรองงบประมาณไปก่อน
        3.1.4 กรณีที่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง หรือธนาคารผู้ค้ำประกัน ไม่ชำระเงินค่าซ่อมแซมให้กับ มหาวิทยาลัย ส่วนพัสดุจะแจ้งส่วนนิติการเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
  3.2) กรณีปกติ 
      3.2.1 กรณีปกติเมื่อผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้รับหนังสือแจ้งซ่อมแซมพัสดุจากมหาวิทยาลัยจะต้องแจ้งกำหนดการเข้าซ่อมแซมให้มหาวิทยาลัยทราบก่อนล่วงหน้า และดำเนินการซ่อมแซมพัสดุภายในเวลาที่กำหนดไว้ในข้อสัญญา “ความรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่อง” ของสัญญาซื้อขาย/สัญญาจ้าง/ใบสั่งซื้อ/ใบสั่งจ้าง เช่น ภายใน 7 วัน หรือภายใน 15 วัน หรือภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากมหาวิทยาลัย
      3.2.2 เมื่อครบกำหนดเวลาตามข้อ 3.2.1 แต่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่ได้ติดต่อใดๆ มายังมหาวิทยาลัย ส่วนพัสดุจะทำหนังสือถึงหน่วยงานผู้ครอบครองพัสดุหรือหน่วยงานให้บริการกลางที่เกี่ยวข้อง ให้ประเมินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมพัสดุที่อยู่ในระยะรับประกัน เพื่อแจ้งค่าใช้จ่ายให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง และธนาคารผู้ค้ำประกันชำระเงินค่าซ่อมแซมให้กับมหาวิทยาลัย
      3.2.3 เมื่อผู้ขาย/ผู้รับจ้าง หรือธนาคารผู้ค้ำประกันชำระเงินค่าซ่อมแซมให้มหาวิทยาลัย แล้ว ส่วนพัสดุจะแจ้งให้หน่วยงานผู้ครอบครองพัสดุหรือหน่วยงานให้บริการกลางที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อดำเนินการการจัดจ้างตามระเบียบฯ ต่อไป

      3.2.4 กรณีที่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง หรือธนาคารผู้ค้ำประกัน ไม่ชำระเงินค่าซ่อมแซมให้มหาวิทยาลัย ส่วนพัสดุจะแจ้งส่วนนิติการเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คู่มือการใช้งานระบบซ่อมแซมพัสดุ 2569